น่าคิด! ปั้มน้ำมันร้าง สะท้อนให้เห็นแนวคิดในการทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน

แชร์ - ส่งบทความให้เพื่อน

น่าคิด! ปั้มน้ำมันร้าง สะท้อนให้เห็นแนวคิดในการทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน

เรื่องเล่าที่สะท้อนถึงความเป็นจริงในการ ค้าขาย หรือ ทำธุรกิจขนาดเล็กในสังคมเรา ที่พบเห็นได้ทั่วไปจนชินตา

ปั้มน้ำมันร้าง…

คนไทยคนแรก… เดินทางมาในเส้นทางแห่งหนึ่งที่เป็นถนนตัดใหม่ มีรถสัญจรผ่านไปมามากมาย แต่ไม่มีปั้มน้ำมันเลย จึงตัดสินใจลงทุนเปิดปั๊มน้ำมัน ไม่นานนักก็มีลูกค้าเยอะตามคาด

คนที่สอง… เดินทางมาเห็นปั๊มน้ำมันมีลูกค้าเข้าใช้เยอะดี ก็เลยตัดสิ้นใจเปิดปั้มที่ฝั่งตรงกันข้ามถนน เพื่อเรียกลูกค้าอีกฝั่ง ลูกค้าหน่าแน่ คับคั่งไม่แพ้กัน

คนที่สาม… เดินทางมาถึง เห็นเขาเปิดปั๊มน้ำมัน ท่าทางจะไปได้ดี ก็เปิดบ้าง แต่ไปเปิดดักหน้าปั้มที่เปิดอยู่ก่อน ทำให้ลูกค้าเลือกเข้าปั้มแรกที่เห็น

คนที่สี่… เดินทางมาถึง เห็นธุรกิจปั้มน้ำมันไปได้ดี ก็เลยตัดสินใจเปิดปั๊มน้ำมัน แต่ต้องการแย่งลูกค้าเลยเปิดดักหน้าปั้มที่สาม แล้วก็ลดราคาน้ำมันลงอีกด้วย เพื่อตัดราคา

คนที่ห้า… เดินทางมาถึง เห็นเขาเปิดปั๊มน้ำมันกันเยอะแยะก็เอาบ้าง แล้วมีการลดราคาน้ำมันเพื่อตัดราคา และ แถมน้ำดื่มฟรีไปอีก

คนที่หก… คนที่เจ็ด… เดินทางมาถึงก็พากันแห่เปิดปั๊มน้ำมัน ผลสุดท้ายลดแลกแจกแถมแล้วไม่คุ้มทุน ตลาดเสียหายทุกรายเจ๊งกันหมดกลายเป็นปั๊มร้าง

เห็นใครขายอะไรได้ดี ทำอะไรกำไรงาม ก็พากันไปขายแข่ง นี่แหละสาเหตุ ขายดีจนเจ๊ง…!!

มีชายญี่ปุ่นคนแรก… เดินทางมามาถึงหมู่บ้านที่ห่างไกลความเจริญ ยังไม่มีปั้มน้ำมันจึงลองเปิดปั๊มน้ำมันในถนนเส้นนี้ ปรากฏว่ามีลูกค้าเยอะแยะ

คนที่สอง… เดินทางมาเห็นมีคนเข้ามาเติมน้ำมันกันอย่าคับคั่ง คิดว่าน่าจะมีคนที่อยากทานข้าวด้วยแน่ จึงเปิดร้านอาหาร ธุรกิจก็เป็นไปด้วยดี

คนที่สาม… เดินทางมาเห็นปั๊มน้ำมันผู้คนหลากหลาย ร้านอาหารก็มีลูกค้ามากมาย คิดว่าน่าจะมีคนต้องการพักผ่อนระหว่างเดินทาง จึงเปิดธุรกิจโรงแรม

คนที่สี่… เดินทางมา เห็นผู้คนหลากหลาย มีทั้งเติมน้ำมัน มีทั้งร้านอาหาร มีทั้งที่พัก จึงคิดว่าน่าจะมีร้านสะดวกซื้อด้วย เผื่อคนเดินทางมีอะไรขาดเหลือ

คนที่ห้า… คนที่หก… เดินทางทางมาอย่างต่อเนื่อง จากทางผ่านเล็กๆ พื้นที่รกร้างไร้ผู้คน ก็กลายเป็นเมื่องที่กำลังเฟื่องฟู ทุกคนต่างก็ร่ำรวย มีงานมีการทำกันถ้วนหน้า

หากใครเคยได้ไปเที่ยวจะเห็นได้ว่าในแต่ละท้องถิ่น สินค้าไม่มีซ้ำกันเลย มีขายเฉพาะท้องถิ่นตัวเอง

ในแต่ละจังหวัด ในแต่ละภูมิภาค ก็จะมีสินค้าที่เป็นจุดขายของตัวเอง หากอยากกินอะไร อยากซื้ออะไร อยากได้สินค้าตัวไหน ก็ต้องเดินทางไปในท้องถิ่นนั้น

ด้วยแนวคิดนี้สินค้าท้องถิ่นในประเทศญี่ปุ่น จึงประสบความสำเร็จอันดับต้นๆของโลก…

หันมามองที่บ้านเรา ที่ริมถนนสายหลักจะเต็มไปด้วย โรตีสายไหม ปลาเผา ไก่ย่างตามริมทาง สินค้าอื่นๆที่เห็นว่าขายดี ทุกๆ ร้าน จะนำมาขายเหมือนกันหมด เพื่อแย่งลูกค้ากัน

ไม่แปลกที่แรกๆจะขายดี แต่พอมาขายแข่งกันมากขึ้น มีคนขายมากกว่าคนซื้อ แย่งลูกค้ากัน เมื่อแย่งลูกค้ากันกำไรก็น้อยลง ทำให้ต้องลดต้นทุนการผลิต

ชีวิตในฝัน

บางเจ้าก็เอาของเหลือมาขายซ้ำ ของไม่สดใหม่ คุณภาพแย่ลง ลูกค้าก็ไม่กล้าอุดหนุน สุดท้ายถ้าไปไม่รอดก็ต้องเลิกกิจการ หันไปเป็นลูกจ้างแทน

ขายที่ดิน ขายมรดก บรรพบุรุษ เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายฟุ่มเฟือย จะเกิดอะไรขึ้นกับคุณภาพของประชาชน ที่เอาแต่แข่งกันทำตลาดพังแล้วต้องเลิกกิจการไปในที่สุด น่าคิดนะครับ…

ไม่ได้ว่าสังคมเราไม่ดี หรือ ต้องการตำหนิ แต่อยากลองเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ

ธุรกิจที่ดีไม่ได้อยู่ที่คุณชนะคู่แข่งได้มากเท่าไหร่ แต่อยู่ที่เกิดการพึ่งพาอาศัยกัน ไม่แก่งแย่งลูกค้ากัน ไม่ตัดกำลัง ไม่ตัดราคากัน

ทำให้ยืนระยะได้นานกว่า ทำให้ทุกคนต่างมองว่าคือเพื่อนร่วมธุรกิจ ไม่ใช่คู่แข่ง ได้ช่วยเหลือผู้คนในท้องถิ่นนั้นๆให้มีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น

Cr. ขอบคุณเรื่องราวดีๆจาก : สมาชิกพันทิพ คุณ ทองเนื้อเก้า


แชร์ - ส่งบทความให้เพื่อน
อ่าน :  10 ข้อคิดจาก คุณวิกรม กรมดิษฐ์ ยิ่งคุณแก่คุณก็จะพบว่า ชีวิตมันก็แค่การเดินทาง และ ทุกอย่างมันก็คือประสบการณ์

เรื่องที่เกี่ยวข้อง